17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2539 (ค.ศ. 1996) โลกทั้งใบต่างจับจ้องไปที่กระดานสี่เหลี่ยมเล็กๆ
เรื่องราวในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ สอนบทเรียนอันล้ำค่าแก่เราทุกคน ทั้งคนตาดีและคนตาบอด
ในกระดานชีวิตจริง เราทุกคนต่างต้องเผชิญกับ "ดีปบลู" ของตัวเอง มันอาจจะเป็นอุปสรรคที่ดูยิ่งใหญ่เกินกำลัง เป็นข้อจำกัดทางร่างกาย หรือความล้มเหลวที่ถาโถมเข้ามา
แต่ขอให้จำไว้ว่า แม้แต่คาสปารอฟที่เจอกับคู่แข่งที่ไร้เทียมทาน เขาก็ยังไม่ยอมแพ้ และสำหรับคนตาบอด แม้ดวงตาจะมองไม่เห็น แต่พวกเขาก็ไม่เคยหยุดที่จะเรียนรู้และปรับตัว
สิ่งสำคัญที่สุดจึงไม่ใช่การมีดวงตาที่สมบูรณ์แบบ หรือมีสมองที่คิดเลขได้ไวเหมือนคอมพิวเตอร์ แต่คือการมี "หัวใจที่ไม่ยอมจำนน" และ "ปัญญาที่รู้จักปรับใช้สิ่งที่ตนมี"
อย่าให้ข้อจำกัดใดๆ มานิยามความเป็นคุณ เพราะความสว่างไสวที่แท้จริง ไม่ได้มาจากแสงอาทิตย์ที่กระทบนัยน์ตา แต่ออกมาจากแสงสว่างแห่งความมุ่งมั่นที่อยู่ในใจเราเอง
นครฟิลาเดลเฟีย มันไม่ใช่แค่เกมกีฬา แต่มันคือการเดิมพันศักดิ์ศรีของเผ่าพันธุ์มนุษย์
แกร์รี คาสปารอฟ แชมป์โลกหมากรุกผู้ยิ่งใหญ่ กำลังนั่งประจันหน้ากับ "ดีปบลู" (Deep Blue) ซูเปอร์คอมพิวเตอร์อัจฉริยะจาก IBM ในเกมสุดท้ายของการแข่งขันแมตช์แรก บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดัน ผู้คนต่างตั้งคำถามด้วยความหวาดหวั่นว่า "สมองกลกำลังจะเหนือกว่าสมองมนุษย์แล้วหรือ?"
แต่ในวันนั้น... คาสปารอฟทำให้มนุษยชาติโล่งใจ เขาใช้สัญชาตญาณ ความคิดสร้างสรรค์ และจิตวิญญาณนักสู้ที่เครื่องจักรไม่มี วันนั้นมนุษย์เป็นฝ่ายชนะ (แม้ในอีกหนึ่งปีต่อมาประวัติศาสตร์จะเปลี่ยนหน้าไปก็ตาม) ชัยชนะครั้งนั้นย้ำเตือนว่า แม้คอมพิวเตอร์จะคำนวณได้เร็วกว่าพันเท่า แต่มีบางสิ่งในตัวมนุษย์ที่เทคโนโลยียังไม่อาจเลียนแบบได้
จากกระดานของคาสปารอฟ สู่โลกของคนตาบอด
เหตุการณ์นี้เชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับโลกของผู้พิการทางสายตา หากเราเปรียบเทียบว่าการต่อสู้ของคาสปารอฟ คือการเผชิญหน้ากับ "ข้อจำกัด" ของการคำนวณของมนุษย์เมื่อเทียบกับเครื่องจักร การใช้ชีวิตของคนตาบอดก็คือการเผชิญหน้ากับ "ข้อจำกัด" ทางกายภาพในโลกที่ออกแบบมาสำหรับคนตาดี
หลายคนอาจสงสัยว่า คนตาบอดเล่นหมากรุกได้อย่างไร? พวกเขาเล่นได้ และเล่นได้เก่งกาจเสียด้วย!
บนกระดานหมากรุกสำหรับคนตาบอด ช่องสีดำและขาวจะมีระดับสูงต่ำไม่เท่ากัน ตัวหมากจะมีหมุดยึดเพื่อไม่ให้ล้มเวลาสัมผัส ผู้เล่นใช้นิ้วมือ "อ่าน" ตำแหน่ง และที่สำคัญที่สุดคือ พวกเขาใช้ "ความจำ" และ "จินตนาการ" สร้างกระดานหมากรุกทั้งกระดานขึ้นมาในห้วงความคิด
สำหรับคนตาบอดแล้ว สมรภูมิไม่ได้อยู่ตรงหน้า แต่อยู่ในหัว สนามรบไม่ได้ตัดสินด้วยการ "เห็น" หมากของคู่ต่อสู้ด้วยดวงตา แต่ตัดสินด้วยการ "หยั่งรู้" ถึงกลยุทธ์ด้วยปัญญา นี่คือเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดว่า "วิสัยทัศน์ (Vision) สำคัญกว่า การมองเห็น (Sight)"
เมื่อศัตรูกลายเป็นมิตร เทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน
ในยุคของคาสปารอฟ คอมพิวเตอร์คือคู่แข่งที่น่ากลัว แต่ในโลกปัจจุบัน เทคโนโลยี AI และคอมพิวเตอร์ได้แปรเปลี่ยนมาเป็นพันธมิตรที่ทรงพลังที่สุดของคนตาบอด
ทุกวันนี้ โปรแกรมอ่านหน้าจอ (Screen Reader) ทำให้คนตาบอดเข้าถึงข้อมูลมหาศาลบนอินเทอร์เน็ตได้ทัดเทียมคนทั่วไป AI ที่ชาญฉลาดบนสมาร์ทโฟนสามารถบอกได้ว่าวัตถุตรงหน้าคืออะไร อ่านป้ายข้อความ หรือแม้กระทั่งบรรยายลักษณะผู้คนที่เดินผ่าน
"ดีปบลู" ในยุคนี้ ไม่ได้มาเพื่อ "รุกฆาต" คนตาบอด แต่มาเพื่อเป็นดวงตาคู่ใหม่ เป็นไม้เท้าขาวดิจิทัล ที่ช่วยทลายกำแพงแห่งความมืดมิดลง